2006/Mar/03

มันยังอยู่ อ๊ากกกก บลอคเรายังอยู่ ลืมมันไปเลยตั้ง เอ่อ ครึ่งปีกว่า เหอะๆ

ยังๆ ยังไม่มีอะไรจะอัพ ... แวะมาดูก่อน งืมมมม

อยากลองเปลี่ยนไปทำที่ bloggang มั่งเหมือนกัน ที่นั่นมีคนรู้จักเยอะกว่า (รึไงนั่น)

แต่ก็นะ... มีหลายที่ ก็ขี้เกียจ ขนาดมีที่เดียว ยังขี้เกียจเลย ให้ตายสิ

ยังสอบ final ไม่เสร็จเลย TT^TT ยังไงก็สู้ๆ สู้ตายนะ

2005/Aug/12

แหะๆ มาอัพคราวนี้ หัวไม่แล่นจะเขียนอารายเลยเว้ย.... เอาน่าก้อมาอัพหน่อยละกาน ^^

ควันหลงจากสอบมิดเทอมที่เพิ่งจะเสร็จไปไม่นาน แล้วก้อการแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการที่อุตส่าห์ถ่อสังขารที่ไม่ค่อยจะเวิร์คเท่าไหร่ไปแข่ง แหะๆ อย่างน้อยๆ ก้อเข้ารอบชิงระดับภาคกะเค้าแหละน่า.... เหอะๆ เอาเหอะๆ ถือเป็นประสบการณ์ แบบว่าได้ถ่ายรายการออกทีวี โอ้ว แม่จ๋า หนูจะไม่ไปเป็นดาราเด็ดขาด .... เข้าใจน่า ว่าหน้าตาเรามันไม่ดี ง่า... หมายถึงว่า ไม่ชอบลักษณะการถ่ายทำของพวกวงการบันเทิงเลยตะหากล่า ขอร้องเหอะนะ เทคแล้วเทคอีก กว่าจะได้ยินเสียงผู้กำกับบอกว่า "คัทครับ ดีแล้ว" โห... เอาซะเหนื่อย นี่ขนาดเราไม่ได้เป็นคนพูดอารายนะเฟร้ย... เก๊กท่ายิ้มอย่างเดียว เวรจิงๆ ลำบากสุดยอดแบบ ไม่ไหวแล้ว ToT

มาคราวนี้ ไม่ได้เอาเรื่องดีๆมาแปะลงในบลอคเหมือนเคย แหะๆ เป็นเพราะขี้เกียจนั่นเอง ช่าวงนี้ต้องเร่งปั่นงานส่ง จะได้สบายๆตอนหลัง แล้วก้อต้องเตรียมงานกีฬาสีที่โรงเรียนด้วย แหะๆ งานเยอะจริงๆ แล้วก้อเข้าเป็นสตาฟห้องเชียร์ด้วย (อ๊ะ... แต่เด๋วมันหยุดเชียร์ 2 อาทิตย์นี่หว่า โย่ววววว) แหะๆ

ไม่อยากจะบอกว่าตอนนี้เริ่มจะติดการ์ตูน โอย น่าเกลียดจิงๆ โตขนาดนี้แล้ว ^^ แล้วแบบ บ้าไปเลย บ้าตัวการ์ตูนน่ะ รู้สึกว่าตัวเองทำตัวไร้สาระไปหน่อยนะช่วงนี้ ไม่ได้ละ ปีหน้าเอนท์แล้วนาเฟร้ย เหอๆๆๆ

เอาเพลงกันดั้มซี้ดมาลง เหอๆ บอกแล้วว่ากำลังคลั่ง โอ้ววว อัสรันจ๋า.... ชินที่รัก ^^

(ทามมายเสียงมันเบาจังฟระ)

2005/Jun/06

อัพแล้วๆๆๆ วันนี้มาอัพฉลองวันเกิด ^^

เปิดเทอมมาแล้ว 1 อาทิตย์มีอะไรต้องทำเยอะแยะมากมาย จนแบบ เริ่มขี้เกียจเรียนแล้วอ่าาา ทามงายดี T_T

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

มีเรื่องดีๆมาให้อ่านอีกเช่นเคยค่ะ

>>>ห่วงใย....แท้จริงแล้ว...ต้องทำอย่างไร...กันแน่

จงมองความรักด้วยความอ่อนโยน
มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง
>>> > > >>> > > >
และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น
แต่สามีเธอก็พยายาม ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอตลอด
พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น
ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง
แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ

จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก

เขาจึงพูดกับเธอว่าให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ไหม


>>> > > >>> > > > นาทีนั้น ..
เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ
แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ
เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง
>>> > > >>> > > > จนในที่สุดเธอก็สามารถทำได้


วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ
คนขับรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า

>>> > > >>> > > > ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆครับ
เธอก็เลยถามว่า อิจฉาเธอเรื่องอะไร
คนขับรถเมล์ก็เลยบอกว่า

สามเดือนที่ผ่านมา
ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเขาจะขึ้นรถเมล์ตอนเช้า
มานั่งตรงเบาะหลังคุณ
เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใย
และตามคุณลงรถไป
และเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย
และตอนเย็นทุกๆเย็นเขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถ
และคอยดูคุณจนคุณลงรถ

>>> > > >>> > > >
>>> > > >>> > > > พอเธอได้ยินดังนั้น
เธอก็นำตาไหลด้วยความตื้นตัน..และสำนึกผิด
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยทิ้งเธอไปไหน
เขายังอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิด
เขาเหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องคอยมารับมาส่งเธอซะอีก


เธอหวนนึกถึงคำพูด เขา ที่บ่นลอยๆ ออกมา บ่อยๆ ว่า


ชีวิตคนไม่แน่นอน อาจตายวันนี้ พรุ่งนี้ ก็ได้นะ
>>>>>> > > >>> > > > ดูอย่างคุณสิ...เมื่อวานยัง มองเห็น วันนี้
>>> > > >>>คุณมองไม่เห็นแล้ว....


เธอ คิดน้อยใจเขา มาตลอด 3 เดือน ที่คิดว่า เขา เบื่อ รำคาญ การเป็น คนตาบอดของเธอ...


ณ วันนี้เธอรู้แล้วว่า ....เขากลัวว่า วันนี้ พรุ่งนี้
>>> > > >>>เขาจะตายไป...


>>> > > >>> > > > แล้ว

เธอ จะไม่สามารถ ไปไหนมาไหน หรือ มีชีวิตอยู่ เองได้ ถ้า
>>> > > >>>ขาดเขา


อ่านเรื่องราวความรักดีๆ แล้วฉลองวันเกิดให้หน่อยนะค้าๆๆๆๆ ^^